ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - ปลัดเก๋าส์

หน้า: 1 [2] 3 4
16
Do It Yourself (D.I.Y.) / DIY แก๊ปหลังคา Vip
« เมื่อ: 30 เม.ย. 2013, 22:52:12 »

ระหว่างที่รอ DIY ไฟท้าย part 2,3 ของคุณ Paisarnk อยู่บังเอิญเข้าไปเจอโปรโมทชุดแต่งรอบคันของShadow Speed เข้าเห็นมีแก๊ปหลังคา(ระหว่างรอยต่อกระจกหลังกับหลังคา)ดูแล้วเข้าท่าดีน่าจะเข้ากันได้ดีกับสปอยเลอร์ดั๊กเทลที่ผมติดตั้งไปแล้ว น่าจะ Vip ขึ้นหน่อย ผมเลยสั่งซื้อทาง email ราคาชิ้นละ 2,000 บาทภายใน3 วันทางร้านก็ส่งของมาให้โดยผมนำมาติดตั้งเอง ซึ่งร้านเขาติดกาว 3 M มาให้แล้วผมก็ใช้ซิลิโคน Acrylic Latex Americoในการติดยึดให้แน่นหนา เสร็จแล้วก็ดู Vip ขึ้นมาหน่อย รอ DIY ไฟท้ายเรียบร้อยเมื่อไหร่คงจะแจ่มเป็นซิลฟีเวอร์ชั่นใหม่แหวกตลาด เชิญชมได้นะครับ ติ ชม ตามสบายสไตส์ปลัดเก๋าส์

แก๊ปหลังคาสีขาวมุกที่สั่งมาส่งมาถึงตอนบ่ายวันนี้ผมก็เตรียมบรรเลงเลยครับ

สภาพเดิมก่อนติดตั้งผมเอาครีบฉลามเดิมออกก่อนเพราะทับแนวกัน จากนั้นก็ลอกกระดาษหลังกาว 3M ออกพร้อมติดตั้ง



หลังจากเล็งได้ระดับแล้วตรงบริเวณรอยต่อกระจกหลังกับหลังคาก็กดติดหนึบลงไป พร้อมฉีดAcylic Latex สีขาวอัดเข้าตรงที่มีช่องว่างเพื่อให้แน่นขึ้น ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนจีน ต่อไปก็จัดการนำเอาครีบฉลามที่ถอดออกมาเล็งติดใหม่อีกครั้ง



ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยกับแก๊ปหลังคาแบบVip เคียงคู่กับสปอยเลอร์ดั๊กเทลและชุดแต่งVip รอบคัน แค่นี้ก็เป็นซิลฟีเวอร์ชั่นใหม่ที่ไม่มีขายใน showroom 555 ขอได้รับความขอบคุณ สวัสดีครับ ...bye






17
แรกออกรถมาใหม่ 1.8v ผมรู้สึกว่าพวงมาลัยเบามากใช้อุ้งมือขวาข้างเดียวหมุนสบายมาก แต่ขับมาได้เกือบ 4 เดือน มันมีอาการหน่วงหนักครั้งแรกคิดว่าเป็นเพราะยางลมอ่อนหรือปล่าว แต่เมื่อเติมลมยางตามสเปคแล้วคือ ล้อหน้า 33 ก็ยังหนักเหมือนเดิมไม่เบาเหมือนตอนขับแรกๆ เพื่อนๆเป็นแบบนี้บางไหมครับ ไม่ทราบเป็นอุปทานของผมหรือปล่าว หรือมันมีปัญหา พวงมาลัยเป็นระบบไฟฟ้าใช่ไหมครับไม่ทราบว่าจะเกี่ยวกับกรณีที่แบตเตอร์รี่ผมหมดไฟหรือปล่าว แล้วต้องชาร์จแบตใหม่ไม่รู้จะเกี่ยวกันมั๊ยนะ ขอท่านผู้รู้ช่วยแนะนำหน่อยครับ เบื่อไปศูนย์ครับ

18
Do It Yourself (D.I.Y.) / แต่งไฟท้ายหลอก
« เมื่อ: 17 เม.ย. 2013, 22:03:06 »
เพื่อนที่สนใจอยากให้ไฟท้ายที่นิสสันเอามาแปะหลอกเอาไว้มีไฟคิดจริงๆ ผมเห็นมีเพื่อสมาชิกประกาศลงขายฝีมือการทำอยู่ในราคา 3,000 บาท ผมคิดว่าเราก็น่าจะสามารถทำเองได้นะผมกำลังศึกษารายละเอียดลู่ทางการทำอยู่ขอเวลานิดหนึ่งครับหากสามารถดำเนินการได้จะรีวิวให้เพื่อนๆเป็นวิทยาทานโดยไม่คิดสตางค์ ขอศึกษาระบบไฟนิดหนึ่งครับเพื่อป้องกันผลกระทบกับระบบเดิมของไฟท้ายเดิมที่ติดอยู่ ใจเย็นๆครับเรียบร้อยแล้วจะรีบแจ้งลงให้ดู แต่อาจจะช้านิดนะครับเพราะช่วงนี้ภารกิจงานราชการประจำกำลังชุมยุ่งอยู่ครับ จะพยายามหาเวลาปลีกตัวมานั่งลองทำดู คิดว่าไม่ยากครับ

19
ผมโดนเต็มๆครับ พอดีเบื่อป้ายเดิมที่ได้รับแถมมาจากศูนย์ขี้เกียจโปรโมทชื่อศูนย์ให้ ไปเจอกรอบป้ายทะเบียนที่ห้างบิ๊กซี เห็นดูสวยดี ยี่ห้อ Tech Care ข้างกล่องโปรโมทว่า ผลิตด้วยวัสดุพิเศษ ABS 100% แน่นหนาด้วยระบบบล๊อก 8 จุด License plate frame japanese style ผมวัดขนาดป้ายไปแล้วลองวัดดูก็ใช้ได้พอดี แต่งานเข้าตอนซื้อกลับมาติดตั้ง มันแย่ตรงที่พอใส่ป้ายทะเบียนเข้าไปแล้วตัวกรอบครอบกลับล็อคไม่ได้ ไม่เหมือนกับที่เขียนไว้ข้างกล่องเลยว่าแน่นหนาด้วยระบบล็อค 8 จุด กดลงไปก็เด้งออกมา ผมเลยไม่กล้าใส่กลัวป้ายหล่นหายกลางทาง สู้ยอมเสียค่าโง่ หกร้อยห้าสิบเก้าบาท ดีกว่ามานั่งเจ็บใจเงินก็เสียของก็ใช้ไม่ได้ หลอกกันชัดๆนี่หว่า เตือนให้เพื่อนที่คิดจะเปลี่ยนกรอบป้าย และไปเห็นยี่ห้อนี้อย่าหยิบมาละครับมองผ่านไปเลยไม่งั้นเสียเงินฟรีแน่ครับ เป็นของบริษัท แพน อะเพซ จำกัด วางขายใน BIG C และ LOTUS ร้านประดับยนต์อื่นๆจะมีหรือปล่าวอันนี้ไม่แน่ใจครับ เตือนกันไว้ครับ

20
คือว่าครอบท่อไปเสียที่เป็นชุดแต่งของศูนย์ที่ผมสั่งติดตั้งมากับตอนออกรถ มันหลุดหายไปช่วงที่ผมขับจากยะลาไปเพชรบุรี คาดว่าน่าเป็นช่วงถนนระหว่างชุมพรถึงประจวบซึ่งผิวจราจรค่อนข้างหยาบเป็นหลุมและรอยปะทำให้รถสะเทือนมาก ผมคาดว่าน่าจะเกิดจากการสั่นสะเทือนมากจึงทำให้สกูรน๊อตคลายออกครอบท่อจึงหลุดหายไปผมเพิ่งมาสังเกตเห็นตอนกลับมาถึงยะลาแล้วล้างรถจึงเหลือบไปเห็นว่ามันไม่อยู่แล้วไปที่ชอบๆแล้ว ขอสอบถามเคยมีท่านใดประสบเหตุแบบนี้แล้วขอเคลมกับศูนย์เนื่องจากการติดตั้งไม่ได้มาตรฐานบ้างหรือไม่ช่วยกรุณาเล่าให้ฟังกันหน่อยเอาบุญเถอะ

21
พอดีมีเวลาว่างพอสมควรนั่งคิดว่าจะแต่งน้องมุกดาผมอย่างไรดีด้วยตนเอง มานั่งมองบั้นท้ายก็แว๊บขึ้นมาว่าน่าจะเสริมไฟledสวยๆสักชุดโดยควรจะมีประโยชน์ใน2ด้านคือประการแรกประดับยนต์ให้ดูสวยงามและประการที่สองเสริมความปลอดภัยโดยเฉพาะเวลาเบรกรถ จึงเกิดไอเดียว่าติดตั้งเสริมไฟเบรกคู่เมื่อจินตนาการเสร็จก็แจ่นไปหาซื้อแผงไฟLedสวยๆจากร้านประดับยนต์ ก็ได้มา 1 ชุด มี 2 แผงกับ 1 กล่องปรับระดับความถี่ไฟกระพริบ เป็นแสงสีฟ้าราคาประมาณ 600 บาท นี่ครับหน้าตาแผงไฟledพร้อมกล่องปรับระดับความถี่ในการกระพริบ

เปิดท้ายรื้อแผ่นโฟมโดยแกะพุ๊กออกทั้งหมดเพื่อยกแผ่นโฟมออกไปเก็บไว้ในที่อันควร

อุปกรณ์เครื่องมือผู้ช่วยเหลือในการทำงานชิ้นนี้

จากนั้นก็เล็งมองหาที่ติดตั้งและที่หลบสายไฟไม่ให้มองเห็นจากด้านนอก ค่อนข้างหาที่เหมาะสมยากครับในการซ่อนสายไฟ

ครั้งแรกเล็งว่าจะติดข้างป้ายทะเบียนแล้วร้อยสายไฟสอดตรงรูที่ขันน๊อตติดป้าย แต่เมื่อลองสอดสายไฟเข้าไปแล้วลองขันน๊อตกลับเข้าไปเพื่อจะติดป้ายทะเบียนให้เหมือนเดิม ปรากฏว่ามันแน่นมากไม่สามารถขันเข้าได้อย่างสนิททำให้ไม่อาจติดป้ายทะเบียนได้ จำเป็นต้องเปลี่ยนหาที่ใหม่

หาไปหามาก็เจอที่เหมาะๆคือให้สายไฟสอดลอดเข้าไปทางช่องไฟท้ายหลอกที่เราๆท่านๆคิดจะเปลี่ยนให้มีไฟติดได้จริง(อันนี้อยู่ในfuture plan)โดยให้กล่องปรับระดับความถี่ไฟกระพริบติดกับด้านในฝากระโปรงท้ายแล้วลากสายไฟไปเชื่อมต่อกับสายไฟเบรกหลักของรถเมื่อลองเหยียบเบรกดูแล้วเห็นว่าไฟติดดีต่อสายถูกต้องก็มาปรับความถี่ในการกระพริบที่กล่องปรับระดับเป็นอันว่าเสร็จสิ้นกระบวนการเชื่อมต่อระบบไฟแล้ว ต่อไปก็คือการเก็บงานคือนำแผ่นโฟมมาปิดกลับเหมือนเดิม ก็เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อย





ครวจดูความเรียบร้อยของสายไฟและการปิดแผ่นโฟมและการใส่พุ๊กปิดแน่น

ก็เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการติดตั้งdoubleไฟเบรกLEDสีฟ้า กลางคืนขับออกไปเฉิดฉายรถตามหลังมองแบบอึ้งๆ มีคนทักว่าซิลฟีปรับโฉมแล้วหรือไม่เห็นเหมือนในโฆษณาเลย ผมก็ได้แต่หัวเราะบอกเค้าไปว่าผมแหลมเองครับdesignเองทำเองสนุกๆเค้าก็ชมว่าสวยแปลกดี ก่อนผมจะทำผมก็คิดเหมือนกันว่าออกมาแล้วจะดูเป็นลิเกหรือรถบ้านนอกหรือปล่าวกลัวจะโดนขอดค่อนเอาว่าเหมือนกระบะลูกทุ่ง ผมเข้าข้างตัวเองหรือปล่าวไม่รู้ผมมองแล้วมันแปลกตาดีดูvipแบบแหวกฉีกแนวไปนิดหน่อย ก็ไม่เสียหายอะไรครับเจอใครติมากๆเข้าก็รื้อออกไม่ส่งผลกระทบต่อความเสียโฉมเดิมของรถสักกะหน่อย แต่ที่ได้คือความสุขความภูมิใจที่ได้ลงมือเองใช้เวลาว่างเป็นประโยชน์แถมได้ของสวยๆงามตามมาอีก ลองดูสิครับแล้วท่านจะไม่เถียงผมสักคำ ขอได้รับคำขอบคุณครับ....ปลัดเก๋าส์ goodbye seeyou again at futuretime




22
เจอสิ่งดีๆเก็บ(ลอก)มาฝากอีกแล้วครับท่านเพื่อตระหนักในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ต่อเพื่อนสมาชิกไม่มากก็น้อยด้วยความปรารถนาดีจากปลัดเก๋าส์ครับ ตามมาเลยครับผม....
     พัฒนาการของระบบการบรรทุกขนส่งดีขึ้นมาก แต่โอกาสผิดพลาดจากพนักงานเติมน้ำมันที่หยิบหัวจ่ายผิด และอาจรวมทั้งสาเหตุจากการสื่อสารระหว่างเจ้าของรถกับผู้ให้บริการไม่ชัดเจนยังมีอยู่ โอกาสที่รถยนต์จะได้รับน้ำมันผิดมาตรฐาน มีหลากหลายสาเหตุด้วยกัน
     ยกตัวอย่างเช่น การผสมโดยพนักงานขับรถบรรทุกขนส่งน้ำมัน ขนถ่ายน้ำมันผิดชนิดเข้าไปในถังใต้ดิน หรือการแอบถ่ายน้ำมันออกไปขาย ซึ่งสิ่งที่กล่าวมาแทบไม่ปรากฏให้เห็นในช่วงยุคหลังๆนี้เพราะพัฒนาการของระบบการบรรทุกขนส่งดีขึ้นมาก แต่โอกาสผิดพลาดจากพนักงานเติมน้ำมันที่หยิบหัวจ่ายผิด และอาจรวมทั้งสาเหตุจากการสื่อสารระหว่างเจ้าของรถกับผู้ให้บริการไม่ชัดเจนยังมีอยู่
     สำหรับท่านเจ้าของรถควรตระหนักว่าเด็กที่ปฏิบัติหน้าที่เติมน้ำมัน อาจจะไม่คุ้นเคยหรือไม่เคยมีรถยนต์เหมือนท่านทั้งหลาย ดังนั้นระดับความเข้าใจหรือประสบการณ์กับรถยนต์ย่อมน้อยกว่าเจ้าของรถยนต์
     การขับรถยนต์ราคาหลักล้านเข้าไปในสถานีน้ำมันแล้วเพียงพูดกับเด็กว่าน้องเต็มถังแล้วนั่งรออยู่ในรถ เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงกับการเกิดเติมน้ำมันผิดได้ ขอแนะนำว่าขอให้ก้าวลงจากรถแล้วออกคำสั่งซื้อ ถ้าเติมเบนซินก็ให้สังเกตสีเหลือง การลงจากรถเพื่อมายืนดูเด็กเติมน้ำมันนั้นมีข้อดีหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่นการเห็นได้แน่ชัดว่าเด็กไม่หยิบหัวจ่ายผิดประเภทชนิดน้ำมัน หากโชคร้ายสุดๆเผอิญว่าเกิดอุบัติเหตุในสถานีน้ำมันก็จะช่วยลดความสูญเสียด้านร่างกายและชีวิตลงได้ กรณีที่มีผู้โดยสารหลายคนแนะนำว่าให้ผู้โดยสารลงจากรถไปนั่งพักที่ศาลาหรือในร้านสะดวกซื้อ เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉิน คนจำนวนมากทำให้ยากที่จะได้รับความช่วยเหลือทันการ การมีคนอยู่ในรถหลายคน โทรศัพท์มือถือของผู้โดยสารอาจจะมีการเรียกเข้าเป็นสาเหตุทำให้เกิดเพลิงลุกไหม้ได้
     นอกจากนี้การสร้างยอดขายคือเป้าหมายหลักของพนักงานในสถานีบริการน้ำมัน เรามักจะเห็นบ่อยๆมีความพยายามเติมน้ำมันให้แน่นถังโดยการขย่มเขย่ารถเพื่อจะยัดเยียดน้ำมันเข้าไปในถังของรถยนต์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรปฏิบัติสิ่งที่ถูกต้องคือควรเติมแค่ระดับที่สัญญาณจับระดับหัวจ่ายตัด(Nozzie)ปัดเศษอีกไม่เกินสิบบาทให้ลงตัวก็พอเพียงแล้ว การพยายามเติมจนเต็มคอหอยผู้ที่ได้ประโยชน์คือสถานีบริการน้ำมัน ผู้ที่ได้รับโทษอาจจะเป็นเจ้าของรถ
     ส่วนการขับรถในสถานีบริการน้ำมัน ก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษเช่นกัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลต่างๆเราต้องไม่ลืมว่าข้อจำกัดประการหนึ่งของสถานีบริการน้ำมันคือประตูทางเข้าและทางออกต้องเข้าคิวออกและประตูทางออกก็มีเพียงทางเดียว การใช้บริการอย่างปลอดภัยพยายามหลีกเลี่ยงการถอยหลังในสถานีบริการ เมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ขอแนะนำเทคนิคหลักๆว่าให้เปิดสัญญาณไฟฉุกเฉิน กดแตรหนึ่งครั้ง ถอยช้าความเร็วไม่เกิน 3 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
     ขณะรถเคลื่อนถอยให้ตรวจสอบพื้นที่ด้านหลังด้วยกระจกส่องข้าง กระจกส่องหลังหลีกเลี่ยงการถอยยาวๆควรถอยสั่นๆหลายๆครั้งจนกว่าจะมีรัศมีพ้นอุปสรรค การขับเคลื่อนรถออกจากสถานีบริการด้วยความเร็วไม่เกิน 10กิโลเมตร/ชัวโมง จะช่วยให้ระยะเบรกหยุดสั้นไม่เกิน 2 เมตร ซึ่งเพียงพอสำหรับการหยุดกะทันหัน เมื่อจะเข้าสู่ทางร่วมให้มองรถด้านขวา มองขวาอีกครั้งเมื่อมั่นใจก็เร่งเครื่องเคลื่อนรถออกไป
     ผมขอแนะนำว่าระดับความปลอดภัยเราสามารถกำหนดได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ ก่อนออกเดินทางให้นำรถไปเติมน้ำมันเก็บไว้ให้เต็มถัง จะได้ไม่ต้องแวะเข้าสู่พื้นที่อันตรายในช่วงจราจรแออัดโดยเฉพาะช่วงเทศกาลแต่ถ้าจำเป็นต้องเข้าห้องน้ำ รับประทานอาหารหรือซื้อสิ่งของร้านสะดวกซื้อก็ให้ใช้หลักการที่กล่าวมาข้างต้นแล้วท่านจะปลอดภัยคลาดแคล้วภยันตรายใดๆการเดินทางก็happy และสำหรับระยะเวลาของการขับแนะนำว่ากรณีพักผ่อนนอนหลับได้เต็มที่ควรจอดพักทุกๆ 4 ชั่วโมง พักประมาณ 30 นาที หากพักผ่อนไม่ค่อยเพียงพอ หลับๆฝันๆเป็นแบบนี้ก็ควรจะจอดพักทุกๆ 2 ชั่วโมงไม่เช่นนั้นท่านอาจได้พักยาวตลอดชีวิตก็ได้ หรือไม่ก็กลายเป็นผู้อันจะมีกินคือนั่งกินนอนกิน(พิการ)อันนี้ผมสอดแทรกเติมเข้ามาเองครับ
     ครับสำหรับท่านที่มากด้วยประสบการณ์ขับรถมานานแล้วอาจจะพึงรู้และปฏิบัติอยู่เป็นประจำแล้ว แต่สำหรับมือใหม่หัดขับหรือผู้ที่ไม่ค่อยได้ขับทางไกลก็คงมีประโยชน์ที่พอจะเก็บเกี่ยวไปใช้ได้นะครับ รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหามครับมีได้กับได้ไม่มีเสียแค่เสียเวลาอ่านเท่านั้น เอวังด้วยความปรารถนาดีและอภินันทนาการจาก ปลัดเก๋าส์ goodbye!!



23
อีกแล้วครับท่านอ่านเจอในนิตยสารรถวิคลี่ฉบับเดือนมีนาคม 2556 เลยเก็บ(ลอก)มาฝากคอแต่งรถเป็นเกล็ดเล็กๆเป็นข้อคิดหน่อยๆพอหอมปากหอมคอ เชิญทัศนาได้เลยครับ
     จะบอกว่าเป็นกระแสแฟชั่นมาแรงเลยก็ว่าได้ สำหรับการติดตั้งไฟ Xenonหรือที่ค่ายรถมักจะเรียกกันว่าHID ที่ย่อมาจาก High Intensive Discharge ซึ่งเป็นระบบไฟส่องสว่างแบบใหม่ที่ทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ในยามค่ำคืนดีขึ้น ช่วยลดอุบัติเหตุได้ไม่มากก็น้อย
     การติดตั้งระบบไฟแบบนี้ ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างสูง โดยเฉพาะคนชอบแต่งรถ ซึ่งการติดตั้งไฟซีนอนนั้น แม้จะมีข้อดีมากมายแต่ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทั้งของเจ้าของรถและร้านค้าที่ไม่เห็นความสำคัญนอกจากเม็ดเงินที่เข้ากระเป๋านั้น ทำให้เกิดปัญหาไฟซีนอนส่องสว่างเกินงามที่ทั้งแสบตา และจากช่วยลดอุบัติเหตุกลับกลายจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุและเป็นเรื่องเป็นราวถึงขั้นทะเลาะวิวาทหรือยิงกันบนถนนมาแล้วตามที่เป็นข่าวอยู่
     สิ่งที่สำคัญข้อหนึ่งคือ เราต้องรู้ลึกรู้จริงและคิดพิจารณาไต่ตรองให้ดีก่อนเสียเงินติดตั้ง เงิน...ไม่ตายก็สามารถหาใหม่ได้ แต่การสร้างอุบัติเหตุที่อาจกลายเป็นความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงนั้นไม่สามารถเรียกคืนได้ และทางที่ดีเราต้องมารู้จักกันก่อนที่จะติดตั้งไฟซีนอนว่า ทำอย่างไรถึงจะถูกวิธี
     ก่อนอื่นเพื่อให้เข้าใจตรงกัน เราจะพาเพื่อนๆไปรู้จักระบบไฟซีนอนกันก่อน ซึ่งหลักการทำงานของไฟซีนอนนั้นจะคล้ายๆกับหลอดไฟในบ้านที่เน้นการให้แสงสว่างในอัตราคงที่กินไฟน้อย แต่ให้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น วิธีการทำงานของแสงซีนอนนั้นจะเริ่มทันทีที่ไฟจ่ายออกมา โดยที่ไฟที่มีกำลังขับสูงจะไปกระตุ้นแก๊สพิเศษในหลอดไฟที่เรียกว่า"แก๊สซีนอน"ให้เกิดการแตกตัวเป็นลำแสงสีสันต่างๆที่เราเห็น ช่วยในการนำทาง และหลังจากนั้นบัลลาสจะทำหน้าที่ควบคุมการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้คงที่และต่อเนื่องการใช้งานนั้นเอง
     สิ่งที่แตกต่างระหว่างหลอดไฟXenon กับหลอดไฟธรรมดาหรือหลอด Halogen นั้น ก็คือลักษณะการเดินทางของแสงที่มีการกระจายแตกต่างกัน ในขณะที่ฮาโลเจนแสงตามแกนไส้หลอด(คล้ายหลอดไฟแบบเก่า) แต่Xenon จะกระจายตามประจุของแก๊สในหลอด ผลก็คือไฟXenonจะมีแสงที่กระจายไปในทุกทิศทาง
     ความไม่รู้นี่เองทำให้เกิดความเข้าใจผิดและรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผู้ใช้และร้านค้าที่ไม่ให้คำแนะนำที่ดี ซึ่งส่งผลให้สังคมถนนในวันนี้เกิดความขัดแย้ง และนี่เป็นหนทางแก้ไขที่อยากแนะนำ
     1. โคมไฟตัวปัญหาทุกวันนี้โคมไฟรถยนต์ถูกพัฒนาให้มีการส่องสว่างที่ดียิ่งขึ้น โดยเราเรียกโคมไฟแบบนี้ว่า "Multi Reflextor"ซึ่งเพิ่มการสะท้อนแสงของหลอด ช่วยเพิ่มความส่องสว่าง ความจริงแล้วก่อนคุณจะติดตั้งชุดไฟXenonหรือ HiD นั้นร้านต้องให้คำแนะนำที่ถูกต้องให้คุณไปใช้โคมไฟแบบProjector ซึ่งจะมีชุดเลนส์นูนช่วยควบคุมแสง
ก่อนปล่อยออกไปข้างหน้า ช่วยรวมแสงที่กระจายตัวของชุดไฟXenon ซึ่งจะช่วยเพิ่มความเข้มของแสงในการส่องสว่างด้วย
        โดยปกติแล้วมีรถไม่กี่รุ่นที่มาพร้อมโคมไฟหน้าแบบProjector โดยสังเกตลักษณะ โคมจะมีเลนส์คล้ายลูกแก้วครอบหลอดเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง แต่ถ้ารถคุณเป็นแบบโคมไฟธรรมดา ก็สามารถหาซื้อโคมไฟแบบนี้ได้ไม่ว่าจะเป็นของแท้หรือของแต่งก็เลือกเอาตามสะดวก
     2. แสงสีที่ไม่ถูกต้องตามหลักแล้วสายตาคนจะไวต่อแสงสีฟ้าในยามค่ำคืน ซึ่งการที่ไฟXenonถูกประดิษฐ์ขึ้นมานั้นก็เพื่อส่องแสงสีฟ้า หรือสีขาว ซึ่งมีช่วงแสงอยู่ที่ 4000-15000 kถือเป็นช่วงที่ยังเหมาะสม การที่มีผู้ใช้หลายคนไปใช้สีไม่ถูกต้อง เช่น ม่วง-ชมพู หรือสีอื่นๆนั้น นอกจากจะทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนแล้ว ยังอาจเป็นที่ถูกใจของพี่ตำรวจและมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทด้วย
     3. ใช้ให้เป็นข้อนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะหลายตนมีเงินที่จะติดแต่กลับไม่รู้จักใช้งานโดยเฉพาะคนที่ใช้รถกระบะหรือรถอเนกประสงค์ที่มีความสูงกว่ารถทั่วๆไป ซึ่งการติดไฟซีนอนที่โดยมากมักจะติดตั้งกับไฟใหญ่ของรถ จะทำให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้นแต่กลับกันด้วยความสูงของรถก็อาจทำให้เจิดจ้ามากเกินไป
       เรารู้ว่าคงไม่ใช่ทุกคนที่ขับรถออกต่างจังหวัดบ่อยๆ ซึ่งคุณจะได้มีโอกาสใช้ไฟแบบนี้ในการขับขี่ยามค่ำคืน ดังนั้นถ้าคุณขับรถในเมื่องที่มีการจราจรคับตั่ง การใช้ไฟชุดที่ 2 หรือไฟคัดหมอกแทนไฟใหญ่ก็เป็นทางออกที่ดีและแม้จะมีหลายคนบ่นเรื่องไฟตัดหมอกพอๆกับไฟซีนอน แต่อย่างน้อยการที่มันอยู่ต่ำกว่าก็ช่วยให้คนขับรถที่มีขนาดเล็กกว่าไม่แสบตา
     4. เลือกของที่มีคุณภาพ g]เราปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้ระบบไฟซีนอนนั้นมีมากมายและกำลังได้รับความนิยมอย่างสูง แต่คุณรู้หรือไม่ว่า ไฟซีนอนที่ราคาไม่แพงนั้นถึงจะใช้งานได้จริงแต่ด้วยคุณภาพที่อาจไม่ได้มาตรฐานที่ทำให้เป็นต้นเหตุของการกระจายแสงที่จ้าเกินไปและยังมีโอกาสที่จะสิ้นอายุการใช้งานเร็วกว่าปกติ
     5. ติดตั้งด้วยผู้เชี่ยวชาญจริงอยู่มีร้านค้าจำนวนมากรับติดตั้งไฟXenon แต่ไฟส่องสว่างที่ดูเหมือนง่ายๆนี้เราก็จำเป็นที่ต้องติดตั้งโดยผู้ชำนาญการ ซึ่งพวกเขาจะปรับการส่องสว่างอย่างเหมาะสมทำให้ไม่รบกวนสายตาในยามขับขี่
       ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะทราบหรือไม่ทราบมาก่อน...ทำให้การติดตั้งระบบไฟซีนอนนั้นถูกเข้าใจผิดไปและทำให้เกิดความขัดแย้งจนเป็นกระแสต่อต้านเทคโนโลยี่จากคนที่ไม่เข้าใจ หรือคนที่มีเงินพอใจจะใช้ก็ไม่ได้รู้อย่างถ่องแท้ จำไว้ว่าจะทำอะไรก็ทำได้ แต่เราว่าควรรู้จริงก่อนลงมือจะได้ไม่เดือดร้อนคนอื่น (หนังสือเขาเขียนว่ามายังงี้...) ครับเล็กๆหอสมควรข้อคิดสำหรับผู้ที่คิดจะแปลงโฉมดวงตาของน้องซิลฟีเรา สำหรับผมเรียบร้อยโรงเรียนยี่ปุ่นไปแล้วครับตอนนี้เวลาขับรถสวนกับชาวบ้านก็โดนกระพริบไฟด่าขุดโคตรไปแล้วหลายต่อหลายครั้งคนไม่รู้ก็หาว่าเราเปิดไฟสูงใส่เขาว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองเมื่อก่อนก็ด่าคนอื่นที่เปิดไฟProjector Xenon ใส่เอาเดี๋ยวนี้กลายเป็นเราโดนเองเพราะอยากให้น้องซิลเริดสวยเทห์ก็ต้องยอมได้อย่างเสียอย่างนะครับ ซิบอกฮ้าย! เอวังนะครับ ขอได้รับความขอบคุณที่กรุณาอ่าน..ปลัดเก๋าส์


24
หลังจากเฟ้นหาสปอยเลอร์ติดฝากระโปรงหลังจากหลายสำนัก ในที่สุดก็ได้ของ Access AS1ทรง Ducktail โดยสั่งทางvebของ carshopplus ให้ส่งมาถึงบ้านเลย เหตุที่ตัดสินใจเลือกของที่นี่เพราะเห็นว่ารูปแบบเป็นแบบvip ซึ่งเป็นแนวการแต่งรถของผมมาแต่เริ่มแรกแล้ว อีกอย่างใช้พาสติกPure abs อย่างดีเบาทำสีได้เนียนตามสีรถเลยเสียอย่างเบาไปขาดน้ำหนักกดท้ายรถตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการเป็นเบื้องต้น ราคาก็ไม่หนักเขาตั้งราคาไว้ 3,500 บาทผมก็อ้อนขอลดลงหน่อยเขาก็ใจดีคืนเงินลดให้มา 500 บาท สรุปราคาอยู่ที่ 3,000 บาท เดิมผมจะนำไปให้ร้านในจังหวัดยะลาที่ผมอยู่ติดตั้งให้คิดราคาค่าติดตั้ง 1,000 บาท พอดีผมเห็นว่าเป็นพาสติกเบาและทาง Access ติดกาว 3m อย่างดีมาให้ ผมก็เลยเป็นช่างเสียเองลองติดเอง ที่นี้ก็คิดได้ว่าเนื่องจากเป็นแบบไม่มีไฟเบรกเหมือนของ อเมร่า ผมเลยไปหาซื้อไฟ led สีแดงแบบไฟวิ่งเป็นแถบมาติดด้วย ก็รื้อทำเองต่อสายเองก็พอรอดไปได้ สนุกดีครับได้ทำเองมีความสุข จึงรีวิวเล็กๆมาให้ชมกันพอจิ๊บๆครับ
รื้อในห้องท้ายรถแกะแผ่นโฟมที่ปิดอยู่ โดยดึงพุกยางที่ติดไว้ออกทั้ง 3 ตัว(ตรงข้างไฟท้าย) เล็งหาสายไฟเบรกบังเอิญชุดแต่งรอบคันสเกิร์ตชิ้นหลังด้านล่างมีติดไฟเบรกด้วยอยู่แล้วทำให้ผมเห็นวิธีต่อสายไฟได้ ผมก็พ่วงแหมะเอาตรงนั้นขยับเลยออกมานิดหนึ่ง ง่ายๆครับสายสีอะไรก็ต่อกัยสายสีนั้นไม่ผิดแน่



ต่อสายไฟกับสายไฟเบรกเรียบร้อยแล้ว

ลอกกระดาษกาว3 m ออกเสร็จเล็งได้แล้วก็จับสวมติดหนึบเข้าไปเลยกดทับให้เสมอ

กดแช่ไว้สักพักเพื่อให้กาวติดแน่นดีไปอย่างที่ไม่ต้องยิงกาวซิลิโคนให้เลอะเทอะรถ

เป็นรูปเป็นร่างแล้วครับ










     เป็นอันว่าเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ตามประสามั่วด้วยตนเอง ก็รอดค่าติดตั้งไป โชคดีที่เป็นชิ้นงานที่เป็นabs เบาแต่แข็งแรงจึงติดตั้งง่ายแค่ใช้กาว 3m ก็อยู่แล้วไม่ต้องเจาะรถไม่ต้องกาวซิลิโคนทำลายรถปล่าวๆ ก็๓ูมิใจครับที่ได้ลงมือเอง ดูแล้วก็สวยแบ vip ตามคอนเซ็ปท์หรูมีระดับเบากระเป๋า ติชมกันได้นะครับยินดีเป็นอย่างยิ่งครับ ขอได้รับความขอบคุณ...ปลัดเก๋าส์

25
 :emo_102:อ่านเจอในนิตยสาร รถWEEKLY เห็นว่ามีสาระพอสมควรและเป็นเรื่องใกล้ตัวจึงเก็บมาฝากเพื่อนกันครับ
      ถ้ามีความจำเป็นจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ ก็เลือกขนาดเท่าเดิมหรือต้องการแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟมากกว่าเดิม ก็ไม่ควรจะเกินกว่าร้อยละยี่สิบ
     แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์สำคัญชิ้นหนึ่งในรถยนต์ที่ขาดไม่ได้ แบตเตอรี่ลูกหนึ่งมีราคาค่อนข้างสูง แบตเตอรี่ในรถยนต์ปัจจุบันจะมีอยู่ด้วยกันสองแบบ คือแบบเดิมๆที่ต้องคอยหมั่นตรวจเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่ถูกต้อง อีกแบบหนึ่งเป็นแบบที่อ้างว่าไม่ต้องตรวจเติมน้ำกลั่นหรือไม่ต้องการดูแลบำรุงรักษา(Maintenance free) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนัก เพราะอย่างไรก็ตามการตรวจเติมน้ำกลั่นก็ยังจำเป็นที่จะต้องทำอยู่ตลอดเวลา สำหรับท่านที่ใช้แบตเตอรี่แบบนี้อยู่ก็ต้องดูแลระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่อย่างเดิมครับ เพียงแต่อาจจะทอดเวลาให้นานขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง การขับรถในสภาพจราจรที่แออัด ขับแล้วหยุดในระยะทางสั้นๆตลอดเวลา ก็คือใช้เครื่องยนต์ที่รอบต่ำๆก็จะบั่นทอนอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ เพราะตามปกตินั้นไดชาร์จหรืออัลเทอร์เนเตอร์จะปั่นไฟเข้าไปเก็บในแบตเตอรี่ก็ด้วยรอบการทำงานของเครื่องที่รอบเดินเบาไปจนถึงไม่เกิน 2,500 รอบ เรียกว่ารอบน้อยก็ชาร์จออกมาน้อย รอบมากก็ชาร์จมาก แต่ถ้ารอบไต่เกินกว่าสองพันห้าร้อยรอบก็จะชาร์จได้สูงสุดเท่าที่จะมีกำลังปั่นไฟออกมาได้ หรือพูดอีกอย่างว่ารอบเกิน2,500 รอบก็ชาร์จได้เท่าเดิม
     โดยเฉพาะในขณะนี้ที่รถรุ่นใหม่ประเคนความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยที่เป็นระบบไฟฟ้าหรืออิเล็กทรอนิกส์เข้ามาในรถกันเต็มที่ หลายยี่ห้อที่ระบบบังคับเลี้ยวที่ก่อนนี้ทำงานด้วยระบบกลไกมีการช่วยผ่อนแรงด้วยการใช้ไฮดรอลิกหรือแรงดันน้ำมันที่เรียกกันว่าพวงมาลัยเพาวเวอร์ ก็เปลี่ยนมาเป็นพวงมาลัยที่ใช้ผ่อนแรงด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Electric power steering ก็แน่นอนที่จะต้องใช้กระแสไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ประสิทธิภาพของตัวสร้างกระแสไฟฟ้าคือไดชาร์จก็ต้องเพิ่มมากขึ้นพร้อมๆกับการเก็บกระแสไฟฟ้าให้มีการใช้งานได้ตลอดเวลาที่เป็นหน้าที่ของแบตเตอรี่ก็ต้องมีประสิทธิภาพมากขึ้น
     รถติดขับด้วยเครื่องรอบต่ำๆอุปกรณ์ในรถใช้พร้อมๆกันเกือบหมดทุกระบบ ความสามารถที่แบตเตอรี่จะกักเก็บประจุไฟฟ้าไว้ใช้งานก็น้อยลง ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่รถเก่า พร้อมที่จะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และปัจจุบันรถที่ใช้งานส่วนใหญ่จะเป็นเกียร์ออโตเมติกกันทั้งนั้น โอกาสที่ไฟหมดหม้อแล้วจะเข็นให้รถติดเป็นไปไม่ได้เลย
     นอกจากการหมั่นดูแลรักษาแบตเตอรี่อย่างเป็นประจำแล้ว จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีสายพ่วงแบตเตอรี่ (Booster cables) ติดรถไว้สักคู่หนึ่ง สายพ่วงแบตเตอรี่ต้องเลือกขนาดที่เหมาะสมถูกต้อง ในบางประเทศเขาจะมีข้อกำหนดบังคับไว้เลยว่า ในรถเก๋งนั่งหรือรถที่ใช้แบตเตอรี่ขนาด 12 โวลต์ จะต้องใช้สายที่มีขนาดหน้าตัดไม่ต่ำกว่า 25 ตารางมิลลิเมตร และถ้าเป็นรถที่ใช้ไฟมากกว่า 12 โวลต์ เช่นรถบรรทุกที่ใช้ไฟ 24 โวลต์ขนาดหน้าตัดของสายพ่วงแบตเตอรี่ต้องมีพื้นที่หน้าตัดไม่ต่ำกว่า 70 มิลลิเมตร ได้ขนาดของสายพ่วงแล้วต้องดูที่ ตัวคีบขั่วแบตเตอรี่ต้องแน่นหนาแข็งแรง คีบจับไปที่ขั่วของแบตเตอรี่แล้วไม่หลวมหลุดโยกคลอน
     ถ้ารถคุณไฟหมดหม้อกลางถนนก็ต้องใช้การพ่วงแบตเตอรี่จากรถคันอื่น ต้องดูด้วยครับว่ารถคันที่เข้ามาช่วยคุณนั้นแบตเตอรี่มีกำลังไฟมากหรือน้อยกว่าคุณ เช่นแบตเตอรี่คุณใช้อยู่ห้าสิบห้าแอมป์มีรถเข้ามาช่วยคุณแต่รถของเขาใช้แบตเตอรี่เพียงสี่สิบห้าแอมป์ก็ไม่เกิดประโยชน์ หรือรถอีกคันที่เข้ามาช่วยคุณใช้แบตเตอรี่ขนาดเก้าสิบแอมป์ แน่นอนมีกำลังไฟมากเกินพอที่จะช่วยคุณ แต่กำลังไฟที่มากเกินก็อาจจะทำให้ระบบอื่นในรถเสียหายได้ ควรเลือกแบตเตอรี่ที่มาพ่วงมีกำลังไฟไม่สูงเกินกว่าร้อยละยี่สิบของที่มีอยู่ในรถคุณ อย่างในกรณีนี้คุณไม่ควรใช้แบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟสูงเกินกว่าเจ็ดสิบแอมป์
     เมื่อได้รถพร้อมขนาดของแบตเตอรี่ที่เหมาะสมและสายพ่วงแบตเตอรี่ของคุณอยู่ในสภาพที่เหมาะสม คุณก็ให้ผู้มาช่วยเหลือติดเครื่องเดินเบาเอาไว้คุณหรือเขาจะต้องเอาขั่วบวกของสายพ่วงแบตเตอรี่คีบเข้าไปที่ขั่วบวกของแบตเตอรี่รถคันที่มาช่วยเหลือ แล้วเอาขั่วบวกของอีกข้างหนึ่งคีบไปที่ขั่วบวกของแบตเตอรี่ของรถคุณ ต่อจากนั้นเอาขั่วลบของสายพ่วงแบตเตอรี่ต่อเข้ากับขั่วลบของรถคันที่มาช่วยเหลือปลายขั่วลบของสายพ่วงที่เหลือก็จะต่อเข้ากับขั่วลบของแบตเตอรี่ของรถคุณ อ่านยาวแล้วสับสนก็จำง่ายๆ บวกต่อบวกลบต่อลบ เริ่มผู้มาเยือนก่อน(ต่อขั่วผิดเสียหายมากครับ)
     ในขณะที่รถของผู้มาช่วยเหลือยังติดเครื่องเดินเบาอยู่ คุณเข้าไปในรถปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดติดเครื่อง เมื่อเครื่องติดแล้วให้คุณเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมดให้ใช้งานได้ ที่ปัดน้ำฝน(ต้องระวังกรณีเปิดฝากระดปงรถอยู่) ไฟไล่ฝ่าที่มีอยู่ วิทยุเทป ซีดี ทีวี เปิดให้หมด ยกเว้นไฟหน้าทุกดวง ในขณะที่คุณใช้เวลาเปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกตัวเวลาที่เสียไปก็มากพอที่จะตรวจสอบและยืนยันได้แน่นอนว่าเครื่องของคุณดับเพราะไฟหมด
     ต่อไปก็เริ่มกันอีกครั้งที่ถอดสายพ่วงออก ต้องเริ่มกันที่ถอดสายลบออกก่อนทั้งจากรถคุณหรือรถผู้ช่วยเหลือ ใครก่อนหลังไม่จำเป็นแต่เมื่อจะถอดต้องถอดขั่วลบก่อน (เมื่อต้องต่อ ต่อขั่วบวกก่อน) ครับตรวจดูแลแบตเตอรี่ตามหนังสือคู่มือเป็นประจำรวมทั้งขั่วสายที่ต่ออยู่กับขั่วแบตเตอรี่ด้วยว่ามั่นคงแข็งแรงดีไหม ขั่วแบตเตอรี่มีคราบขุยขาวๆหรือที่เรียกกันว่าขี้เกลือบ้างไหม ถ้ามีก็เอาน้ำร้อนราดเช็ดถูทำความสะอาดหาจาระบีทาไปที่รอบๆขั่วแบตเตอรี่ก็น่าจะอุ่นใจขึ้น
     ถ้ามีความจำเป็นจะเปลี่ยนแบตเตอรี่ ก็เลือกขนาดเท่าเดิมหรือต้องการแบตเตอรี่ที่มีกำลังไฟมากกว่าเดิมก็ไม่ควรจะเกินกว่าร้อยละยี่สิบของลูกเดิม การชาร์จแบตเตอรี่ทั้งใหม่และเก่าควรจะชาร์จแบบช้าๆ(ไม่เกินสิบเปอร์เซ็นต์ของกำลังไฟคือแอมแปร์) และถ้ารีบร้อนต้องการจะชาร์จแบบเร็วหรือเร่งด่วน ก็ไม่ควรชาร์จเกินกว่าร้อยละห้าสิบ และต้องคอยสัมผัสที่แบตเตอรี่ตลอดเวลา ในขณะที่ชาร์จเร็วนั้นอุณหภูมิของเปลือกผิวนอกของแบตเตอรี่จะต้องไม่ร้อนเกินกว่า 55 องศาเซลเซียส
     อายุของแบตเตอรี่นอกจากจะขึ้นอยู่กับการดูแลบำรุงรักษาที่ดีแล้ว การเลือกใช้น้ำกลั่นก็ต้องพิถีพิถันในการเลือกใช้ ต้องแน่ใจว่าเป็นน้ำกลั่นบริสุทธิ์จริงๆ ที่สำคัญแบตเตอรี่ลูกใหม่จะต้องใช้น้ำกรดที่มีคุณภาพสูงควรจะเจาะจงไปที่ร้านแบตเตอรี่ว่าให้ใช้น้ำกรดยี่ห้อเดียวกับแบตเตอรี่นั้น
   ครับคิดว่าคงมีสาระอรรถประโยชน์ไม่มากก็น้อยสำหรับทุกท่านนะครับ เอวังก็มีประการละฉะนี้ comingsoonพบกันใหม่เมื่อชาติต้องการ.....goodbye   

26

อีกแล้วครับท่านเก็บสาระอรรถประโยชน์สารอันพันละน้อยมาฝากกันพอหอมปากหอมคอ ตามที่จั่วหัวไว้นะครับรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม เอาไว้ประเทืองปัญญาและใช้สอยได้บางโอกาส ท่านที่ใช้รถมานานมากประสบการณ์อาจจะเห็นเป็นเรื่องชิวๆก็ไม่เป็นไร ส่วนมือใหม่หัดขับหรือเพิ่งเริ่มมีรถเป็นของตนเอง น่าจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย แบ่งปันกันด้วยใจครับ อ่านเจอในนิตยสารรถเลยเก็บตกมาฝาก ตามมาเลยครับ
 :emo_107:เบรกมือ: การดึงเบรกมือจะห้ามล้อได้เพียงแค่2 ล้อเท่านั้น แต่หลายคนมักเข้าใจว่าเบรกมือสามารถหยุดการเคลื่อนที่ของรถได้ ดังนั้นเมื่อจอดรถก็เลยไม่ได้ใส่ใจที่จะเข้าเกียร์ให้อยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย คือ ตำแหน่ง P หรือตำแหน่ง N การกระทำเช่นนี้ถือว่าอันตรายมาก เพราะเบรกมือจะทำให้รถเคลื่อนที่เมื่อใดก้ได้ หากคอมเพรสเซอร์แอร์ตัดขณะทำงาน เพราะแรงกดของเบรกมือจะน้อยกว่าการใช้เบรกเท้ามาก
 :-Xการขับในทัศนวิสัยไม่ดี: การขับขี่ในทัศนวิสัยไม่ดี ทางโค้งแคบที่มีสันเขาบังสายตาควรเข้าโค้งแบบธรรมดา ต้องบีบแตรส่งสัญญาณทุกครั้งก่อนจะเข้าโค้งเพื่อป้องกันรถที่วิ่งสวนมา เนื่องจากคนที่ขับรถเจ้าถิ่นบนภูเขาเป็นประจำมักจะขับโค้งรถตัด
 :emo_102:ตรวจเช็คระบบปรับอากาศ: ตรวจเช็คระบบปรับอากาศรถยนต์ของคุณทุกๆ 3-6 เดือนจากร้านหรือศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน ควรหมั่นสังเกตระบบแอร์รถยนต์ของคุณด้วยตนเอง หากแอร์ในรถยนต์ของคุณความเย็นเริ่มลดลง ให้สันนิษฐานว่าอาจมีการรั่วของน้ำยาแอร์ หรือท่อต่างๆในระบบอุดตัน ให้รีบนำรถของคุณเข้าตรวจเช็คโดยด่วน
 :'(ตรวจไส้กรองอากาศ: ตรวจดูไส้กรองอากาศว่าสะอาดดีหรือไม่ มีรูหรือไม่ เพราะถ้ามีรูแม้เท่าปลายดินสอ ถ้าขับรถยนต์ไปในที่มีฝุ่นมากๆ ฝุ่นจะเข้าไปทำให้เครื่องยนต์สึกหรอเร็วกว่ากำหนด
 8)ตรวจดูมาตรวัด: ตรวจดูมาตรวัดต่างๆที่จำเป็น ว่ายังใช้งานได้ดีหรือไม่ เพราะสามารถบอกความผิดพลาดของรถยนต์ได้เป็นอย่างดี
 O0ตรวจดูลงยาง: ตรวจดูลมยางให้ได้ความดันตามที่กำหนดในคู่มือ (เสาข้างประตูหน้าคนขับ) ตรวจดูบ่อยตามความจำเป็นในการเดินทางไกล หรือการบรรทุกน้ำหนักซึ่งจะกำหนดว่าน้ำหนักเท่าใดควรเติมความดันเท่าไร
 ;)น้ำมันเครื่อง/น้ำมันเบรค: เปลี่ยนน้ำมันเครื่องทุก 5,000 กิโลเมตร ถึงแม้ว่าในคู่มือจะบอกว่าไปได้ไกลกว่านี้ ส่วนไส้กรองน้ำมันเครื่องเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตร ตรวจดูน้ำมันเบรคที่อยู่ในกระป๋องว่ายุบเร็วกว่าปกติหรือไม่ หากยุบเร็วอาจเกิดการรั่วซึมที่ใดก็ได้
        Part นี้แค่นี้พอหอมปากหอมคอก่อนแล้วกันครับ เจออะไรดีๆผมจะเก็บมาฝากอีกครับ ขอได้รับความขอบคุณ..ปลัดเก๋าส์..good bey ครับ
       ปล.ต้องขอประทานโทษท่านนาชุกด้วยนะครับที่ขอยืมภาพมาเป็นฉากของเรื่อง เห็นว่าสวยเลยวิสาสะไม่ได้ขออนุญาตก่อน...ข้าน้อยสมควรตายร้อยครั้ง แต่ครั้งนี้ขอไว้ก่อน ฮาๆๆ

27
มาอีกแล้วครับท่านไปเจอสาระดีๆจากนิตยสารฟอร์มูลาเลยฉกมาฝากกันเพราะเห็นว่าใกล้หน้าร้อนเต็มแก่แล้ว ค่อนข้างยาวหน่อยนะครับอดทนอ่านหน่อย ผมยังอดทนนั่งพิมพ์ให้อ่าน เพื่อรถซิลฟีอันเป็นที่รักของเราๆท่านๆ หน้าร้อนบ้านเราอย่างนี้ รถยนต์ยิ่งต้องการการบำรุงรัษา เนื่องจากความร้อนและรังสียูวีเป็นตัวการที่ทำให้รถของคุณมีอายุการใช้งานสั่นลง การหมั่นตรวจสอบและดูแลอย่างใกล้ชิดเป็นวิธีป้องกันภัยร้ายที่เกิดกับรถคันรัก สำหรับคนรักรถที่ยังไม่ทราบวิธีปกป้องรถให้พ้นภัยร้อน "ปลัดเก๋าส์"จัดให้ !!!
    ระบบปรับอากาศ : หัวใจหลักของความเย็น
     แอร์หรือระบบปรับอากาศภายในรถ ช่วยทำให้อุณหภูมิในรถต่ำลงเราจึงรู้สึกสบายทุกครั้งเมื่อเราเปิดแอร์ หลักการทำงานง่ายๆคือคอมเพรสเซอร์ (COMPRESSOR) จะอัดไอน้ำยาให้มีอุณหภูมิและความดันที่สูงขึ้น (สถานะแกส) ตอนเดนเซอร์(CONDENSE) มีลักษณะคล้ายหม้อน้ำทำหน้าที่ระบายความร้อนจากไอน้ำยาให้อุณหภูมิลดลง (สถานะของเหลว) รีซีเวอร์/ดไรเออร์ (RECEIVER/DRIER) หรือหม้อพักน้ำยาแอร์มีลักษณะเป็นกระบอกโลหะ ภายในมีสารดูดความชื้นมีหน้าที่สำรองน้ำยาในสถานะของเหลว เอกซ์แปนชั่นวาล์ว (EXPANSIONVALUE) หรือลิ้นลดความดัน ช่วยให้แรงดันต่ำลง จนผสมเป็นฝอยละออง อีแวพอเรเตอร์ (EVAPORATOR) หรือตู้แอร์ น้ำยาที่เป็นฝอยจะระเหยเป็นไอในท่อคดเคี้ยวของตู้แอร์ เพื่อดูดความร้อนจากอากาศภายในห้องโดยสาร ทำให้น้ำยาเปลี่ยนสถานะจากของเหลวกลายเป็นไออีกครั้ง เพื่อเข้าสู่คอมเพรสเซอร์แล้วจะวนเป็นวัฏจักรอย่างนี้ไปเรื่อย เมื่อเข้าใจหลักการทำงานแล้ว เราสามารถตรวจเช็คระบบปรับอากาศภายในรถซึ่งทำได้ง่ายๆ ดังนี้
    ใช้ความรู้สึก
            วิธีนี้ต้องอาศัย"สัญชาตญาณ" กันสักหน่อยคือ ต้องรู้ถึงระดับความเย็นในขณะที่แอร์ทำงานเป็นปกติ แล้วนำความรู้สึกนี้มาเปรียบเทียบกับปัจจุบันว่าแตกต่างกันหรือไม่ เช่นสังเกตความเย็น(แรงลม) เปิดแอร์นานแล้วทำไมไม่เย็น เจอแดดจัดหน่อยก็สู้ไม่ไหว ติดไฟแดงแป็บเดียวก็ร้อนแล้ว เป็นต้น
    แอบมองผ่านตาแมว
             หม้อพักน้ำยาแอร์ หรือ รีซีเวอร์/ดไรเออร์ ด้านบนมีช่องมองกระจกทรงกลมเล็กๆเรียกว่า"ช่องตาแมว"ช่องนี้ไว้ดูน้ำยาแอร์ เมื่อสตาร์ทเครื่องและเปิดระบบปรับอากาศ หากระบบสมบูรณ์น้ำยาแอร์จะวิ่งผ่านจนเกิดเป็นฟองแสดงว่าปกติ แต่ถ้าเป็นฟองเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลย แสดงว่าน้ำยาแอร์อาจน้อยเกินไปและถ้าน้ำยาแอร์เต็มช่องจนมองไม่เห็นฟองอากาศ แสดงว่าน้ำยาแอร์มากเกินกำหนด
     ตามหารอยรั่ว
             น้ำยาแอร์นั้น สามารถซึมออกมาทางข้อต่อต่างๆได้เล็กน้อย แต่ไม่สามารถหายไปเองได้นอกจากรั่ว หรือซึมออกมาอย่างช้าๆซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของรถที่ใช้มานาน สังเกตได้จากน้ำมันหล่อลื่นคอมเพรสเซอร์ซึมติดเป็นคราบ ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะชิ้นส่วนที่เป็นโลหะผุทะลุ ก็อาจเป็นที่ท่อยางหรือแหวนกันรั่ว (ไอ-ริง)เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ถ้ารั่วที่รังผึ้งทำความเย็นหรือตู้แอร์(อีแวพอเรเตอร์) ให้สังเกตจากน้ำที่กลั่นตัวและหยดลงพื้นถนนถ้ามีคราบน้ำมันปนอยู่ด้วย แสดงว่ารั่วแล้ว
      สีตัวถัง : ปกป้องและบำรุงสีรถ
      พอเข้าหน้าร้อนก็ต้องใส่ใจบำรุงสีรถเป็นพิเศษ พื้นผิวของรถก็มีส่วนช่วยป้องกันความร้อนได้ เนื่องจากแสงแดดสามารถพารังสีความร้อน(UV) ทะลุผ่านพื้นผิวตัวถังเข้าไปภายในห้องโดยสาร ดงนั้นการทาครีมกันร้อนให้รถจึงเป็นเรื่องที่ควรทำ
             ลดรังสีความร้อนด้วยการเคลือบสี
                     ความร้อนจากแสงแดดนั้นมาจากดวงอาทิตย์ในรูปของรังสีแกมมา รัสีเอ็กซ์ และรังสีอื่นๆ เราต้องขอบคุณชั้นบรรยากาศของโลกที่ได้กรองเอาสิ่งที่เป็นอันตรายเหล่านี้ออกไปจนเกีอบหมด หลงเหลือรังสีอยู่เพียงนิดหน่อย เช่นรังสีอุลทราไวโอเลท หรือรังสียูวี รังสีนี้ทำให้คอลลาเจนในผิวหนังเสื่อมสภาพรวมถึงอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ สำหรับรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน ได้มีการคิดค้นน้ำยาเลือบสีด้วยกรรมวิธีในการสะท้อนรังสีความร้อนกลับไปให้มากที่สุด แถมยังปกป้องสีรถให้เงางามเหมือนเพิ่งออกจากโชว์รูมใหม่ๆ
             ทำความสะอาดพื้นผิวสม่ำเสมอ
                     การดูแลการรักษารถยนต์ด้วยการล้างทำความสะอาดรถนั้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเป็นไปได้ควรล้างทุกอาทิตย์แต่อย่างน้อยที่สุด 2 อาทิตย์ครั้งก็ยังดี เนื่องจากฝุ่นละออง คราบจากของเสียต่างๆหรือแม้แต่ครบจากมูลนกล้วนเป็นสาเหตุให้สีรถต้องหม่นหมองเกิดคราบฝังแน่นติดสีรถ แถมน้ำยาเคลือบสีรถที่เคลือบไว้ยังเสื่อมคุณภาพเร็วกว่าปกติอีกด้วย
             จอดในที่ร่มทุกครั้ง
                     วิธีนี้อาจต้องใช้ความว่องไวของดวงตาคุณสักหน่อย เพื่อแย่งชิงที่จอดรถร่มๆที่มีอยู่อย่างจำกัด หรือไม่คุณก็ต้องทำการบ้านเพื่อวิเคราะห์ถึงทิศทางของเงาแดดไม่ว่าจะเป็นตอนเช้า ตอนเที่ยงหรือตอนเย็น ว่าจุดไหนบ้างที่จะร่มและจะร่มกี่โมงถึงกี่โมง อย่างที่รู้กันว่าการจอดรถในที่ร่มมีแต่ข้อดีนอกจากช่วยยืดอายุของอุปกรณ์ทุกชิ้นส่วนทั้งภายนอกและภายในแล้ว ยังช่วยให้สุขภาพจิตของคนขับดีขึ้นได้อีกด้วย
      ฟิล์มกรองแสง : คลายร้อนให้ห้องโดยสาร
             นอกจาการป้องกันความร้อนให้กับรถ ผู้ขับขี่หรือผู้โดยสารก็ต้องปกป้องด้วยเช่นกัน หนทางที่ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา คือการนำรถจอดในที่ร่มไม่ให้แสงแดดเล็ดลอดเข้าไปสร้างความเดือดร้อนกับอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร แต่ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือจำเป็นที่จะต้องใช้รถเพื่อการสัญจร คงต้องเลือกการติดตั้ง"ฟิล์มกรองแสง" ซึ่งเป็นคำตอบที่ดีที่สุด
             ป้องกันรังสียูวี
                      สรรพคุณของฟิล์มกรองแสงนอกจากช่วยลดความร้อนภายในห้องโดยสาร หลายๆคนคงรู้ดีว่า ภายในเนื้อฟิล์มมีสารป้องกันรังสียูวีที่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง โดยฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงสามารถป้องกันรังสียูวีได้ถึง99% ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารปลอดภัยจากรังสีนี้ได้อีกด้วย
            ปกป้องชิ้นส่วนอะไหล่
                      ในส่วนของประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับรถคันรัก นอกจากจะลดความร้อนยังส่งผลให้ระบบปรับอากาศไม่ทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิภายในห้องโดยสารจะลดลงตามความเข้มของสีจากฟิล์มกรองแสง ซึ่งจะทำให้ชุดคอนโซลที่ผลิตจากพลาสติกฉีดขึ้นรูปจะไม่ถูกทำลายจากความร้อนที่ตกกระทบ
             เลือกฟิล์มที่ใช่ ใช้สีที่ชอบ
                       ฟิล์มกรองแสงในปัจจุบันมีให้เลือกมากมายหลายรุ่น หลายยี่ห้อ มีการรับประกันที่แตกต่างกันไป ยืนพื้นอยู่ที่ 7 ปี จนถึงตลอดอายุการใช้งาน สีและการเคลือบปรอทในเนื้อฟิล์มต้องคำนึงถึงเป็นหลักเพราะอาจจะผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ขั้นตอนการติดตั้งต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพราะหากเกิดฟองอากาศเพียงน้อยนิดจะทำให้ทัศนวิสัยในการขับขี่น้อยลง ทั้งยังส่งผลให้อายุการใช้งานของฟิล์มสั่นลงกว่าที่บริษัทผู้ผลิตได้เคลมไว้
     ระบบหล่อเย็นเครื่องยนต์ : หัวใจหลักสู่พลังการขับเคลื่อน
                 ใช่ว่าจะต้องดูแลแต่ภายนอก สิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ระบบระบายความร้อนของเครื่องยนต์ รวมทั้งของเหลวที่หมุนเวียนภายในระบบ หากขาดการดูแลที่ถูกวิธี อาจจะทำให้พาลเสียอารมณ์ เสียทรัพย์ ยิ่งในฤดูร้อนอย่างนี้คุณอาจจะหงุดหงิดได้ง่ายๆ การบำรุงรักษามีอะไรบ้าง...มาดูกัน
                  ตรวจเช็คระบบหล่อเย็นเบื้องต้นซึ่งคุณทำได้ด้วยตนเอง สังเกตจากอะไรบ้าง?
            หม้อน้ำ
                       หัวใจหลักของการระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ การจุดระเบิดในห้องเผาไหม้ทำให้ความร้อนสะสม ต้องอาศัยน้ำหรือน้ำยาหล่อเย็นนำความร้อนออกมาทิ้งภายนอก ทำงานคู่กับรังผึ้งหม้อน้ำ โดยมีวาล์วน้ำเป็นตัวควบคุมและหมุนเวียนตลอดเวลา วิธีทำความสะอาดเบื้องต้น ควรหาน้ำฉีดรังผึ้งเพื่อล้างสิ่งสกปรกเศษหินดินทรายที่อุดตัน รวมถึงถ่ายน้ำหล่อเย็นทิ้งและเปลี่ยนใหม่ถ้ากลัวยุ่งยากพึ่งพาช่างดีที่สุด
           ถังพักน้ำ
                       ประสิทธิภาพในการระบายความร้อนขึ้นอยู่กับระดับน้ำที่ช่วยระบายความร้อนให้เครื่องยนต์ ถ้าระดับน้ำในหม้อน้ำพร่อง หรือลดลง ปัญหาความร้อนสะสมก็จะทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ง่าย และมักเป็นปัญหาที่มักพบเจอกันเป็นประจำ เพราะฉะนั้นควรตรวจเช็คระดับน้ำอย่างน้อย 15 วัน/ครั้ง (ในกรณีของรถใหม่) ส่วนรถที่มีอายุมากหน่อยก็ควรเช็คบ่อยขึ้นตามลำดับ และจำเป็นต้องตรวจสอบขณะเครื่องเย็นเท่านั้น
           พัดลมไฟฟ้า
                       ชิ้นส่วนอะไหล่ที่สำคัญในการระบายความร้อน(โดยเฉพาะตอนจอดรถ) ถ้าพัดลมไฟฟ้าเสียจะส่งผลให้เกิดความร้อนสูงจนถึงขั้นอันตราย โดยทั่วไปพัดลมไฟฟ้าอาจมีแค่ 1 ตัว ในรถยนต์บางรุ่น แต่อาจมี 2 ถึง 3 ตัวขึ้นอยู่กับรุ่นรถและการออกแบบ แต่ทั้งหมดจะทำหน้าที่เดียวกัน คือ ระบายความร้อนให้เครื่องยนต์และระบบปรับอากาศ ลองตรวจสอบดูว่าพัดลมไฟฟ้ายังทำงานตามจังหวะปกติและมีความแข็งแรงมากพอหรือไม่ หากพบปัญหาอย่างนิ่งนอนใจ รีบแก้ไขโดยด่วน
           สายพานปั๊มน้ำ
                       สายพานมีหน้าที่สำคัญในการฉุดพูลเลย์ปั๊มน้ำให้หมุน สายพานที่สมบูรณ์จะไม่หย่อนยาน เพราะถ้าหย่อนการระบายความร้อนก็ด้อยตาม ควรพบช่างเพื่อตั้งให้ใหม่ แต่ถ้าหมดอายุอาการที่พบมักจะแตกลายงา กรอบและหัก แต่ยังไม่ขาด กรณีนี้ต้องรีบเปลี่ยนใหม่เพราะถ้าขาดเมื่อไรปั๊มน้ำจะไม่ทำงาน (รวมไปถึงระบบอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้สายพานชุดเดียวกันด้วย)
           ท่อทางเดินน้ำ
                       ท่อยาง (HOSE) เป็นชิ้นส่วนที่ทำให้น้ำเดินทางเข้าสู่เครื่องยนต์ อุปกรณ์ชนิดนี้ไม่ควรละเลยเช่นกัน ถ้าพบว่าท่อยางเริ่มซีด แตกลายงา ลองบีบดูแล้วฟีบไม่เปล่งปลั่ง หรือบวม ต้องรีบเปลี่ยนโดยเร็ว หากท่อยางแตก หลุด บวมจนระเบิด น้ำจะพุ่งกระจายออกมาสร้างปัญหาเดือดร้อนแน่ๆ และควรดูเข็ดขัดรัดว่าแน่นหรือไม่ ถ้ามีน้ำหนด หรือ คราบน้ำ แสดงว่าเกิดการรั่วควรรีบหาสาเหตุ
           เอาละครับก็พอเป็นความรู้เบื้องต้นในการปกป้องรถอันเป็นที่รักของเราที่จะต้องเผชิญกับเจ้าสุริยาที่จะนำพาฤดูร้อนย่างกรายเข้ามาแล้ว คิดว่าคงยังประโยชน์ไม่มากก็น้อยช่วยกันทนอ่านหน่อยครับให้สมกับที่ผมทนนั่งพิมพ์ถ่ายทอด(ลอก)มาให้อ่านกัน แชร์ความรู้แบ่งปันกันครับ แล้วผมจะพยายามดั้นด้นหาสิ่งละอันพันละน้อยที่เป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆสมาชิกด้วยกันมาให้ท่านๆได้ทัศนากันอีกผมถือเป็นพันธะสัญญาครับ หากถูกใจก็like ให้บ้างก็แล้วกันจะได้มีกำลังใจและบ้ายอ ขอบคุณล่วงหน้าครับ Bye..

28
อีกแล้วครับท่านไปเจอในนิตยสารฟอร์มูลา ฉบับที่466 เดือนมีนาคม เครดิตโดยเจษฎา ตัณฑเศรษฐี ฉกเอามาฝากเพื่อน joy เทคนิคประสบการณ์กันครับ เชิญทัศนาได้เลยครับ
         สัญญานไฟควรใช้ให้ถูก       
               เชื่อว่าผู้ใช้รถสมัยนี้ทุกคนคงรู้จักไฟฉุกเฉินกันดี ลองหาสวิทช์ของมันดูสิครับ เป็นสวิทช์สีแดงมีสัญลักษณ์เป็นรูปสามเหลี่ยม หรือไม่ก็มีคำว่า EMERGENCY แทน ถ้าสังเกตตำแหน่งที่อยู่ของมัน ซึ่งโรงงานผู้ผลิตเขาเลือกให้ จะเห็นว่ามันอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ใกล้และไม่ไกลนัก นั่นคือผู้ขับสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็วแต่ยังไม่สะดวกเหมือนสวิทช์ไฟเลี้ยว
               ทำไมหรือครับ? ก็เพราะมันไม่ได้มีไว้สำหรับให้เราใช้งานพร่ำเพรื่อ ชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าEMERGENCY LIGHT แปลตรงตัวได้ว่า ไฟฉุกเฉิน เพื่อใช้ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินและต้องการให้ผู้อื่นทราบเท่านั้น เช่น รถประสบอุบัติเหตุ หรือเสียจอดกีดขวางอยู่ ไม่ใช่ "ไฟขอทาง"เวลาผ่านทางแยกตามที่หลายคนเข้าใจกัน และก็ไม่ใช่ไฟขออภิสิทธิ์กระทำการอันหน้าด้านเห็นแก่ตัวใดๆครับ เช่นจอดเปิดไฟฉุกเฉินในที่ห้ามจอด โดยไม่สนใจว่ารถข้างหลังจะติดกันเป็นแถวยาวแค่ไหน
               แต่แปลกมากที่สิ่งผิดได้รับความนิยมแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ที่เวลาจะเลี้ยวกลับขี้เกียจเปิดไฟเลี้ยวกัน โดยเฉพาะพวกที่เลี้ยวซ้ายเพราะถือว่าตนเองไม่เสี่ยงอันตรายใดๆ(ใคร?มีพฤติกรรมแบบนี้ทบทวนใหม่นะครับ/อันนี้ผมเพิ่มเติมเองด้วยหวังดี) แต่พอตรงไปกลับขยันเปิดไฟฉุกเฉินแทน ไม่ทราบเหมือนกันว่าจะขอทางจากใครที่ไหน?วิธีนี้อันตรายมาก รถที่มาจากทางด้านซ้ายจะเข้าใจว่ารถที่เปิดไฟฉุกเฉินกำลังเปิดไฟเลี้ยวซ้ายอยู่เพราะเห็นแต่ด้านซ้าย ส่วนรถที่ตามหลังมาก็อาจเข้าใจว่ารถคันนี้เปิดไฟเลี้ยวข้างใดข้างหนึ่งอยู่ หากไฟอีกด้านถูกรถจักยานยนต์บังอยู่ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้บ่อยมาก เพราะฉะนั้นถ้าจะตรงไปไม่ต้องเปิดไฟอะไรทั้งสิ้นครับ
               อีกประเภทหนึ่งที่มักใช้กันอย่างผิดๆคือ ไฟตัดหมอก รถรุ่นใหม่ที่มักมีไฟหน้าใต้กันชนติดมาจากโรงงาน หรือไม่ก็เป็นอุปกรณ์พิเศษที่ต้องเพิ่มเงินเมื่อสั่งซื้อ บางรายก็ไปซื้อมาติดเองเรียกันติดปากว่า"ไฟสปอทไลท์"แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ครับ เพราะมันเป็นไฟตัดหมอกซึ่งถูกออกแบบมาให้ใช้เมื่อมีหมอกลงเท่านั้นตำแหน่งของไฟจึงอยู่ต่ำจากระดับตาของเราให้มากที่สุด เพื่อป้องกันแสงสะท้อนจากหมอกมาเข้าสู่ตาเรา เมื่อเป็นไฟตัดหมอกก็ต้องใช้เมื่อมีหมอกลงเท่านั้น ในประเทศที่เจริญแล้วใครขืนเอามาเปิดเล่นเพราะเห็นว่ามันส่องพื้นถนนได้สวยดี รับรองไปได้ไม่ไกลครับต้องถูกตำรวจจับปรับ อย่างน้อยก็ถูกผู้ใช้ถนนคนอื่นๆรุมประนาม แต่บ้านเราขาดแคลนความถูกต้องเหล่านี้ จึงเห็นเปิดกันพร่ำเพรื่อสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นอย่างมาก เพราะความสว่างของมันรบกวนตาชาวบ้าน(เนื่องจากไม่มีหมอกมากั้นไว้)
               ผู้ใช้งานผิดๆเหล่านี้ก็เดือดร้อนเหมือนกัน เพราะความร้อนของโคมไฟนี้สูงมาก หากเปิดไว้นานๆจนร้อนจัดแล้วฝนตกกระทันหัน หรือถูกน้ำจากล้อรถคันอื่นกระจกหน้าโคมไฟจะแตกทันที เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีหมอกไม่ต้องเปิดครับ จะว่าไฟนี้ช่วยเรียกความสนใจก็คงไม่ได้แล้ว เพราะพวกใช้รถผิดวิตถารเหล่านี้ มีมากมายจนกลายเป็นของธรรมดาไปเสียแล้ว(อันนี้ผมไม่ได้ว่าเองนะครับยืมคำเขามาบอก)
              เอาล่ะครับพอเป็นน้ำจิ้มใช้เป็นเทคนิคสิ่งละอันพันละน้อยในการใช้รถอย่างถูกวิธีและมารยาททางสังคมได้ ไว้เจอสิ่งดีๆอีกจะนำมาเล่าสู่กันฟังใหม่อีกครั้ง ขอได้รับความขอบคุณที่สนใจอ่านนะครับ เอวังก็มีละประการฉะนี้...bey

29
พอดีอ่านเจอในหนังสือนิตยสารตลาดทะเบียนรถ Vl.5 "รู้ทันรถ ลดอุบัติเหตุ" เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆไม่มากก็น้อยจึงนำมาแบ่งปันเป็นเกล็ดเล็กเกล็ดน้อยกัน ดังนี้ครับ
   1. เว้นระยะห่างในการขับขี่ สำคัญอย่างไร
            กฏที่สำคัญที่สุดในการขับขี่อย่างปลอดภัย คือการเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า เมื่อรถมีความเร็วทุกๆ 10 ไมล์/ชม. ให้เว้นระยะห่างประมาณรถหนึ่งคัน อย่างเช่น ถ้าขับด้วยความเร็ว 40 ไมล์/ชม. ให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่ากับรถ 4 คัน การรักษาระยะห่างดังนี้ จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้าคุณไม่สามารถมองเห็นข้างหน้าของรถที่อยู่หน้าคุณ ให้เพิ่มระยะห่างให้มากขึ้น เพราะคันหน้าอาจจะเปลี่ยนเลนโดยไม่ได้ลดความเร็วหรือหยุดรถ ทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้
   2. เมื่อพบว่าเครื่องยนต์ร้อนจัดจะทำอย่างไร
            เมื่อพบว่าเครื่องยนต์ของท่านร้อนจนเกินไป ให้นำรถเข้าข้างทางแล้วดับเครื่องยนต์ เปิดฝากระโปรงห้องเครื่องเพื่อให้ความร้อนระบายออกจากเครื่องยนต์ให้เร็วที่สุด อย่าใช้น้ำราดเพราะจะทำให้เครื่องยนต์ได้รับความเสียหาย ถ้ามีไอน้ำพุ่งออกจากฝากระโปรงหน้ารถ อย่าเพิ่งเปิดฝากระโปรงทันที ต้องรอให้ไอน้ำหายไปก่อนและรอจนเครื่องยนต์มีอุณหภูมิลดลงแล้วจึงเปิดฝาหม้อน้ำ เพราะถ้าเปิดตอนยังร้อนอยู่น้ำอาจจะพุ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นอันตรายต่อตัวท่านเอง เมื่อเครื่องยนต์เย็นแล้วค่อยเติมน้ำลงในหม้อน้ำ อย่าเติมตอนร้อนๆ เวลาเติมน้ำให้ค่อยๆเติมอย่างช้าๆแล้วติดเครื่องด้วยรอบเดินเบา เมื่อเติมเต็มแล้วทิ้งไว้สักพักหนึ่ง แล้วดูสิ่งผิดปกติว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง
   3. ใช้ยางที่ดอกยางสึกหมด เป็นอันตรายร้ายแรง
             ยางรถยนต์ที่สึกมากจนไม่เห็นดอก จะไม่สามารถรีดน้ำออกจากหน้ายางได้ทำให้เกิดอาการเหินน้ำ บังคับเลี้ยวไม่ได้และเป็นเหตุให้รถพลิกคว่ำตกไหล่ทางได้ง่าย โดยปกติยางรถยนต์จะมีดอกยางและระหว่างดอกยางจะมีร่องยางร่องยางนี้ทำหน้าที่ให้น้ำระบายออกได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้ายางสึกร่องระบายน้ำก็จะตื้นลงไม่มีประสิทธิภาพในการระบายน้ำทำให้เกิดการเหินน้ำได้ ปกติหน้ายาง(ดอกยาง)จะค่อยๆสึกหรอไปตามอายุและระยะทางที่ใช้งาน ซึ่งโดยปกติให้ใช้งานได้ไม่เกิน 50,000 กิโลเมตร(กำหนดโดยผู้ผลิตยาง) และอายุยางไม่ควรเกิน3ปี นับจากวันผลิต ทั้งนี้แนะนำให้สลับยางรถยนต์เดือนละ1 ครั้งหรือทุกๆ 5,000 กิโลเมตร เพื่อให้การสึกของยางเป็นไปอย่างทั่วถึง ตลอดหน้ายางหากไม่สลับยางหน้าหลัง หน้ายางบางเส้นอาจสึกหรอไม่เท่ากัน เกิดอาการสึกเอียงซ้ายหรือเอียงขวา จะทำให้ไม่ปลอดภัย
    4. กฏความปลอดภัยพื้นฐานในการขับรถ
             ก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรคาดเข็มขัดนิรภัยและปรับเบาะนั่งปรับมุมกระจกส่องหลัง เลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง P (รถเกียร์อัตโนมัติ)หรือเกียร์ว่างสำหรับรถเกียร์ธรรมดา ขณะสตาร์ทเครื่องยนต์ให้เหยียบคลัช(รถเกียร์ธรรมดา) หรือเบรค(รถเกียร์อัตโนมัติ) อย่ายืนสตาร์ทเครื่องยนต์รถ กรณีขับรถถอยหลังให้ขับช้าๆเท่าที่จะทำได้ เหยียบเบรคทดสอบในระยะ10เมตรแรกที่เคลื่อนรถออก ดึงเบรคมือทุกครั้งที่จอดรถ(รวทั้งจอดรอสัญาณไฟ) หมุนพวงมาลัยให้ล้อชนขอบถนนเมื่อจอดรถบนทางลาดชัน การเปลี่ยนยางรถให้หาวัสดุมารองหนุนล้อรถเพื่อกันรถเคลื่อนขณะขึ้นแม่แรงยกรถ อย่าจอดรถบนเชิงสะพาน ทางโค้ง หรือช่องขวาสุดเมื่อรถเสีย
          เอาละครับสิ่งละอันพันละน้อยเพื่อความปลอดภัยลดอุบัติเหตุ สำหรับท่านที่ขับรถมานานอาจจะเห็นว่าเป็นเรื่องชิวๆรู้แล้วล่ะไม่เห็นต้องบอก ก็ถือว่ารู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ความประมาทเป็นหายนะที่ไม่เคยปราณีใคร สำหรับมือใหม่หัดขับควรท่องไว้ให้ขึ้นใจเพื่อบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดได้โดยไม่คาดการณ์ ด้วยความปรารถนาดีแบ่งปันสิ่งดีๆที่ไม่อาจมองข้ามได้ขอให้ความโชคดีคลาดแคล้วภยันอันตรายจากอุบัติเหตุเป็นของทุกคนครับ เจอเกล็ดดีๆแบบนี้เมื่อชาติต้องการครับ บาย....

30
วันนี้ผมมีสิ่งละอันพันละน้อยมาแบ่งปันกันครับ เผอิญไปอ่านเจอในนิตยสารตลาดทะเบียนรถแรกๆก็ไม่ได้สนใจหรอกครับตั้งใจไปหาซื้อหนังสือเชิงวิชาการที่ชอบในB2S Books เหลือบไปเห็นก็ลองพลิกดูเจอหัวเรื่องที่ทันยุคทันสมัยกับที่เพื่อนๆสมาชิกหลายท่านกำลังลุ้นกับเลขทะเบียน ลงทุนไปจองกันแบบอดตาหลับขับตานอนกัน เห็นบางท่านบอกไปตั้งแต่ไก่โห่ยังไม่สมใจนึกบางลำภูเลย ผมเลยลงทุนกวักกระตังส์ซื้อมาเพื่อเอามาถ่ายทอดให้รับทราบกัน ก็เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลนะครับไม่เชื่อไม่เป็นไรรู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม (ไม่รู้ว่าผมจะผิดไหมนะที่เอาของเขาในหนังสือมาเผยแพร่ต่อโดยยังไม่ขอความเห็นชอบจากเจ้าของ แต่ด้วยเจตนาที่ดีครับน่าจะได้รับอภัยนะครับหากเจ้าของผลงานมาอ่านเจอในกระทู้นี้)
        ในบรรดา"สูตร"ต่างๆทางวิชาเลขศาสตร์ที่จะนำมาวิเคราะห์หาเลขทะเบียนรถที่ถูกโฉลกและเป็นคุณต่อผู้ครอบครองนั้น มีด้วยกันหลายสูตร บางสูตรก็ละเอียดละออถึงขนาดบวกลบคูณหารกัน 4-5 ชั้น หรือต้องเอาวันเดือนปีเกิดผู้ครอบครองรถมาร่วมคำนวณด้วย
        แต่ดูเหมือนว่าสูตรที่แพร่หลายและนิยมใช้กันมากที่สุด ณ ปัจจุบัน โดยเฉพาะในกลุ่มดีลเลอร์เลขทะเบียนรถที่มักจะแนะนำให้ลูกค้าเลือกเพื่อเสริมศิริมงคล รอดพ้นภัยพิบัติ หรือมั่งมีศรีสุขอะไรต่างๆนั้นก็ใช้สูตร "ผลรวม"เลขทะเบียน ซึ่งมีวิธีคิดที่ง่ายมากโดยไม่จำเป็นต้องใช้เลขทางฝั่งผู้ครอบครองรถมาใช้ด้วยเลย
                                    สูตรการคำนวณหา"ผลรวม"
1. นำตัวอักษรหมวดทะเบียนรถแปลงเป็นตัวเลข ดังนี้ ก ถ ท ภ=1, ข บ ป ง ช=2, ต ฒ ฆ=3, ค ธ ร ญ ษ=4, ฉ ณ น ม ห ฮ ฎ ฬ=5, จ ล ว อ =6 ศ ส=7, ย ผ ฝ พ ฟ=8, ฐ = 9
2. นำหมวดแปลงเป็นตัวเลขบวกกัน ได้จำนวนเท่าไหร่นำมาบวกกับผลรวมของเลขทะเบียนทั้งหมด เช่น สมมุติเลขทะเบียนรถคือ ภษ 5661
    ภ=1,ษ=4,(ภ+ษ=5)+ (5+6+6+1=18) รวมแล้วได้= 23 เป็นต้น
3. ในกรณีที่เป็นเลขใหม่มีเลขนำหมวดอักษร ก็ใช้เลขตัวนั้นบวกรวมเข้าไปด้วย เช่น 1 กก เท่ากับ 1+1+1 รวมแล้ว=3 เป็นต้น
4. ตามสูตรคำนวณดังกล่าว ผลรวมต่ำสุดเท่าที่จะเป็นไปได้คือ 3 ขณะที่จำนวนสูงสุดเท่าที่เป็นไปได้ในปัจจุบันคือ 52
     ผลรวม 3  บุคลิกลักษณะ: ผลรวมนี้อาจจะเป็นเลขที่ใครๆก็อยากถามหา ไม่ใช่เพราะเขาอยากได้หรืออยากเป็นแบบนี้นะ แต่เพราะคุณผู้เป็นเจ้าของผลรวมทะเบียนเลข 3 นี้ คือ คนที่ให้ใจและให้ความสำคัญกับคำว่าเพื่อนเป็นอย่างมาก คนส่วนใหญ่จึงพร้อมที่จะมะรุมมะตุ้มคุณ เพราะคุณจะเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่เคยคิดจะท้องทิ้งเพื่อนฝูง ในทุกครั้งทุกยามที่พวกเขาเหล่านั้นไม่เหลือใคร คุณเป็นคนดูแล เทคแคร์คนอื่นในระดับเทพ เรียกได้ว่าหากใครได้คุณเป็นเพื่อน รับรองสบายไปหลายอย่าง
                        อาชีพที่เหมาะสม: เลข3 เหมาะนักกับการเจรจา ที่ปรึกษาหรือเลขา งานเหล่านี้จะพาคุณให้เป็นที่รักนับถือ รวมไปถึงความเชื่อใจ สิ่งเหล่านี้จะเททะลักเข้ามาหาคุณ หากคุณสนใจที่จะรับทำ อยากบอกง่ายๆเพียงนิดเดียวว่า รีบขวนขวายหางานที่ว่าทำเสียให้ไว เพราะดวงชะตาของคุณเหมาะยิ่งนักที่จะนำพาผู้อื่นไปสู่ความสำเร็จ
                      เรื่องที่ควรระวัง : คือการก้าวล่วงเข้าไปในวังวนของชีวิตคนอื่นมากจนเกินไป คุณอาจตกอยู่ในภาวะมือที่สาม ที่สี่ ก็เป็นได้เพราะความที่คุณเป็นคนเอาใจใส่ดูแลมากเป็นพิเศษกว่าบุคคลอื่น เรื่องเหล่านี้จึงต้องทำให้คุณกลับมาคิดให้รอบครอบว่า แบบไหนเหมาะสมเพราะบางที่แทนที่จะช่วย กลับกลายเป็นสร้างความยุ่งยากมากขึ้นโดยไม่ตั้งใจ
       ผลรวม 4  บุคลิกลักษณะ : หนักแน่นปานหินผากล้าลุยกล้าเสี่ยง คือสื่งที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณมากที่สุด คุณมักจะลุยเข้าสู้กับปัญหา ในขณะที่คนอื่นๆท้อถอยหรือยอมแพ้ไปหมดแล้ว มีเพียงก็แต่คุณเองที่ยังกล้าและพร้อมจะฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆเหล่านั้นต่อไปได้ทั้งหมดทั้งมวลที่คุณเป็น คือสิ่งที่ทำให้คนอื่นกลัวในความกล้าของคุณ อีกทั้งยังส่งผลให้คุณถูกยอมรับนับถือและกลายเป็นผู้นำและมีโอกาสจะประสบความสำเร็จมากกว่าบุคคลอื่นเรียกว่าในเรื่องของงานแล้วคุณต้องรุ่งอย่างแน่นอน
                          อาชีพที่เหมาะสม: เลข4 คือเลขของผู้กล้าเผชิญปัญหาเป็นงานที่ต้องใช้ความคิดอยู่ตลอดซึ่งงานที่ว่านั้นเป็นงานที่ท้าทายความสามารถและสติปัญญาไม่ว่าจะเป็นงานด้านใดก็ตาม หากมีการใช้มันสมองและภาวะผู้นำคุณเหมาะทั้งนั้น
                เรื่องที่ควรระวัง : ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องที่มาจากความคิดคุณเอง เมื่อคุณประสบความสำเร็จอยย่างสูงมักจะทำให้คุณมั่นใจจนเกินควร นี่อาจจะเป็นจุดด้อยที่ทำให้คุณมองไม่เห็นคนอื่นในสายตา และมักจะแสดงออกอย่างตรงๆซึ่งผลที่ตามมาย่อมไม่ใช่เรื่องดี โดยเฉพาะในการแข่งขันต่างๆ เนื่องจากทุกคนจะมองว่าคุณเป็นศัตรูตัวฉกาจและพร้อมจะร่วมมือกันโค่นคุณลงมาได้ทุกเมื่อ ฉะนั้นคุณต้องมองคนอื่นรอบข้างอย่างให้เกียรติ จะทำให้คุณมีศัตรูน้อยลงและมีความสุขมากขึ้น
      ผลรวม 5  บุคลิกลักษณะ :คุณเป็นคนที่เหมาะสมที่จะยืนอยู่ตรงกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด เหตุเพราะความยุติธรรมที่มีอยู่ในตัวคุณอย่างมากล้น ทำให้ทุกอย่างที่คุณทำลงไปมักจะส่งผลให้เกิดความคลี่คลายและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายคุณชอบดูแลช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เป็นนิจไม่ว่าใครจะเป็นอย่างไรคุณจะช่วยโดยไม่เกี่ยงยศฐาบรรดาศักดิ์หรือคำนึงถึงผลประโยชน์ใดอีกทั้งคุณยังสงบนิ่งและเยือกเย็น เรื่องราวที่จะทำให้คุณโกรธเกี้ยวนั้นแทบจะไม่มีทางเลย
       อาชีพที่เหมาะสม :ถ้าพูดถึงความยุติธรรมแล้ว อาชีพที่เหมาะสมคงหนีไม่พ้นอาชีพทนายความ ผู้พิพากษา หรือผู้บังคับใช้กฎหมายอาชีพเหล่านี้เหมาะมากหากคุณจะเลือกหรือถ้าคุณทำงานเกี่ยวข้องกับความยุติธรรมอยู่แล้วเชื่อว่าคุณจะประสบความสำเร็จมีหน้าตาในสังคม และชื่อเสียงจะวิ่งเข้ามาหาแบบที่คุณเองแทบไม่ทันตั้งตัว
       เรื่องที่ควรระวัง :การที่คุณเป็นคนใจเย็นเกินไปก็ใช่ว่าจะไม่มีเรื่องให้ต้องมานั่งวิตกกังวล เพราะความใจเย็นนั้นไม่เหมาะกับงานประเภทที่ต้องการความปฏิสัมพันธ์ เพราะคุณอาจจะเงียบงันโดยที่คนอื่นอ่านไม่ออกว่าคุณคิดเห็นอย่างไรและอาจทำให้คุณถูกเข้าใจผิด ส่วนการใช้รถใช้ถนนควรระวังอุบัติเหคุเล็กๆน้อยๆที่มักจะเกิดกับเจ้าของรถเศษ5 แม้ไม่ใช่อุบัติเหคุใหญ่ร้ายแรงแต่ถ้าเกิดบ่อยๆก็ไม่สู้จะดีนักเอาเป็นว่าควรจะหาพระเครื่องหรือวัตถุมงคลติดตัวหรือติดรถไว้บ้างอย่างน้อยเพื่อช่วยให้อุ่นใจ
         ครับช็อตนี้ก็คงมีเพียงเท่านี้คงต้องติดตามฉบับหน้าต่อไปสำหรับผู้ที่เชื่อและศรัทธาในศาสตร์เหล่านี้ สำหรับผู้ที่ไม่เชื่อก็ไม่ควรลบหลู่รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม แล้วผมจะติดตามหาในฉบับหน้ามาฝากเพื่อนๆอีกครับ ขอเป็นพันธะสัญญาครับ
 :
             

หน้า: 1 [2] 3 4